วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยชุมชนตราด นำโดย อาจารย์ภูริณัฐร์ โชติวรรณ อาจารย์อภิรัฐ มาลีแก้ว อาจารย์นราวุฒิ พัฒโนทัย และอาจารย์ชลทิพย์ โยธกุลสิริ นำนักศึกษาเข้าศึกษาดูงาน ณ รัฐสภา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอำนาจนิติบัญญัติ ทำให้นักศึกษาได้สัมผัสกับสถาบันการเมืองที่เป็นผลผลิตจาก วิวัฒนาการทางการเมืองการปกครองของไทย ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จนถึงปัจจุบัน การได้เห็นสถานที่ประชุมจริงและเข้าใจกระบวนการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ช่วยให้นักศึกษาสามารถนำความรู้มา วิเคราะห์ประเด็นและปรากฏการณ์สำคัญทางการเมืองของไทย เช่น การพิจารณากฎหมาย การอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ได้อย่างเป็นรูปธรรมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ประสบการณ์ตรงครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาท อำนาจหน้าที่ และความสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติในฐานะตัวแทนปวงชนชาวไทย ทำให้นักศึกษาสามารถ อภิปรายปรากฏการณ์ทางการเมืองต่างๆ ได้อย่างถูกต้องตามหลักการประชาธิปไตย โดยตระหนักว่ารัฐสภาคือเวทีสำคัญในการถ่วงดุลอำนาจ รักษาผลประโยชน์ของชาติ และเป็นกลไกหลักที่ขับเคลื่อนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยชุมชนตราด นำโดย อาจารย์ภูริณัฐร์ โชติวรรณ อาจารย์อภิรัฐ มาลีแก้ว อาจารย์นราวุฒิ พัฒโนทัย และอาจารย์ชลทิพย์ โยธกุลสิริ นำนักศึกษาเข้าศึกษาดูงาน ณ รัฐสภา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอำนาจนิติบัญญัติ ทำให้นักศึกษาได้สัมผัสกับสถาบันการเมืองที่เป็นผลผลิตจาก วิวัฒนาการทางการเมืองการปกครองของไทย ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จนถึงปัจจุบัน การได้เห็นสถานที่ประชุมจริงและเข้าใจกระบวนการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ช่วยให้นักศึกษาสามารถนำความรู้มา วิเคราะห์ประเด็นและปรากฏการณ์สำคัญทางการเมืองของไทย เช่น การพิจารณากฎหมาย การอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ได้อย่างเป็นรูปธรรมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ประสบการณ์ตรงครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาท อำนาจหน้าที่ และความสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติในฐานะตัวแทนปวงชนชาวไทย ทำให้นักศึกษาสามารถ อภิปรายปรากฏการณ์ทางการเมืองต่างๆ ได้อย่างถูกต้องตามหลักการประชาธิปไตย โดยตระหนักว่ารัฐสภาคือเวทีสำคัญในการถ่วงดุลอำนาจ รักษาผลประโยชน์ของชาติ และเป็นกลไกหลักที่ขับเคลื่อนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข