วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569 วิทยาลัยชุมชนตราด นำโดย นายณัฐวุฒิ โพธิ์ทักษิณ ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนตราด ดร สุดารัตน์ ตัณฑะอาริยะ นายภูริณัฐร์ โชติวรรณ และนายนราวุฒิ พัฒโนทัย ได้ร่วมรับฟังนโยบาย และนำเสนอผลงาน โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มอบนโยบายการดำเนินงานของสถาบันวิทยาลัยชุมชนผ่านระบบอนไลน์ ณ วิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีผู้เข้าร่วมงาน อาทิ นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู นายรุ่งเพชร ศรีกาญจนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู และเครือข่ายวิทยาลัยชุมชนในภาคอีสาน พิจิตร อุทัยธานี และตราด
นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู รายงานภาพรวมการพัฒนาจังหวัด และบทบาทวิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภูร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จังหวัดผ่านงานวิจัย อาทิ ผ้าย้อมสีจากใบฉนวน “ราชินีแห่งสีเทา” โครงการสร้างแบรนด์ “ไก่ย่างกุดดู่” เป็นต้น
ดร.สิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน ได้สรุปความเป็นมาของวิทยาลัยชุมชนซึ่งเป็นนโยบายรัฐบาลที่เกิด เมื่อปี พ.ศ. 2545 ว่ายังคงทำหน้าที่เป็นกลไกที่ให้โอกาสและพัฒนา “ฐานราก” ให้เข้าถึงอุดมศึกษา เน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้พลาดโอกาส ได้สรุปภาพรวมของนิทรรศการซึ่งสถาบันร่วมกับวิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภู บุรีรัมย์ มุกดาหาร ยโสธร ตราด พิจิตร และอุทัยธานี ร่วมกันจัดแสดงผลงานที่แสดงความเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมเศรษฐกิจฐานราก” ทำหน้าที่ยกระดับทักษะอาชีพ และคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่น สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง อว. นิทรรศการบอกเล่าผลการดำเนินงานด้านการยกระดับทุนวัฒนธรรมด้วยศาสตร์ร่วมสมัยและสิ่งประดิษฐ์ชุมชน (ซึ่งแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าทอด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและย้อมด้วยสีธรรมชาติ) การพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานด้าน Wellness และดิจิทัล รวมทั้งการนำ AI มาใช้สำหรับนักศึกษาและชุมชน เป็นการลดความเหลื่อมล้ำ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมโดยทุน บพท. เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ชัยนาท มุกดาหาร และยโสธร และการวิจัยของทุกวิทยาลัยชุมชนเพื่อค้นหา สอบทานข้อมูลคนจน และแก้ไขความยากจน โดยส่งต่อความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดการเรียนการสอนและฝึกอาชีพหลักสูตรต่าง ๆ และได้สรุปช่วงท้าย ถึงความท้าทายเชิงระบบที่สถาบันในฐานะหน่วยงานเดียวในการกำกับของ อว.ที่สอนระดับอนุปริญญา ใคร่ขอการสนับสนุน ได้แก่ การปรับระเบียบและข้อบังคับให้บุคลากรวิทยาลัยชุมชนสามารถเข้าสู่ ระบบตำแหน่งทางวิชาการ ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.อ. กำหนด หรือการเร่งรัดกระบวนการอนุมัติหลักสูตรใหม่ผ่านระบบดิจิทัล
โดยท่านรองนายกฯ และ รมต.อว.ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวปิดท้ายว่า อว. ปักหมุด อนาคตของสถาบันวิทยาลัยชุมชน ให้เป็น “ความหวังของเครื่องยนต์ในการพัฒนาคน และเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ” เป็น ศูนย์ในการสร้างความมั่งคั่ง เริ่มจาก การเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ส่งเสริมนวัตกรรมชุมชน เชื่อมโยงชุมชน กับตลาด เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้ได้ ความหวังของประเทศไทย จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีวิทยาลัยชุมชน เพราะอนาคตจะต้องกำหนดโดยศักยภาพของประชาชนในทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกชุมชน